การขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสนี้เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการสินค้าของไทยในตลาดต่างประเทศยังคงแรง นอกจากนี้ การบริโภคภายในประเทศก็มีการเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อของประชาชนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย
รายงานยังระบุว่า การลงทุนภาคเอกชนเริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยนักลงทุนมีความมั่นใจในทิศทางเศรษฐกิจและสถานการณ์การเมืองที่มีความเสถียรมากขึ้น ส่งผลให้การลงทุนในโครงการต่างๆ มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องไปในอนาคต นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวยังคงมีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจนหลังจากที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางข้ามประเทศ
สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในภาพรวม สภาพัฒน์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะสามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในระดับ 3.5-4.0% หากปัจจัยภายนอกยังคงมีเสถียรภาพและไม่มีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและดำเนินมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาเสถียรภาพและความยั่งยืน
สรุปได้ว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสล่าสุดมีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งที่ 4.5% โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับการลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มกลับมาคึกคัก และภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวตามลำดับ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า
(เครดิตข้อมูล: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ)





