ฝุ่น PM2.5 กลับมาสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงในหลายจังหวัดภาคเหนือ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีการรายงานค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน
เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 กรมควบคุมมลพิษและสำนักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัดภาคเหนือ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน พบว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 45-70 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ
สาเหตุของการเพิ่มขึ้นของฝุ่น PM2.5 ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้ในที่โล่ง เช่น การเผาไร่ เผาป่า รวมถึงการจราจรที่หนาแน่นในตัวเมือง นอกจากนี้ สภาพอากาศที่มีลมสงบและปริมาณฝนที่น้อย ทำให้ฝุ่นละอองไม่กระจายตัว ส่งผลให้ค่าฝุ่นสะสมเพิ่มสูงขึ้นในช่วงนี้
เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัดได้แนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่ฝุ่นสูง นอกจากนี้ยังแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยประเภท N95 เพื่อป้องกันการสูดดมฝุ่นละอองขนาดเล็ก
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินมาตรการ เช่น การตรวจสอบและควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร การรณรงค์ให้ประชาชนงดการเผา รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นในอากาศ ขณะเดียวกันก็มีการประสานงานกับกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อพยากรณ์สภาพอากาศและแจ้งเตือนล่วงหน้าได้อย่างรวดเร็ว
สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่กลับมาสร้างผลกระทบในภาคเหนือในครั้งนี้เตือนให้เห็นถึงความจำเป็นในการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตของประชาชนและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นในระยะยาว
โดย: ทีมข่าวสังคม สำนักข่าวคุณภาพประเทศไทย






