Home โซเชียล เปิดใจ “พระแจ๊ส” อดีตสมิสทิฟฟานี่ หลังบวชนาน 7 ปี ไม่สึก ซึ้งในรสพระธรรม

เปิดใจ “พระแจ๊ส” อดีตสมิสทิฟฟานี่ หลังบวชนาน 7 ปี ไม่สึก ซึ้งในรสพระธรรม

0
887

พระแจ๊ส พระสรวีย์ รวีรัฐฐากรณ์ มิสทิฟฟานี่ Miss Tiffany 2009 มาถึงตอนนี้ยังไม่มีกำหนดสึก ออกมาใช้ชีวิตทางโลก ยังอิ่มเอมอย่างลึกซึ้ง ในโลกทางธรรมอยู่  ยังจิตมั่นคง ไม่หวั่นไหว ไม่ตกอยู่ในกิเลสตัณหา หวังจะสืบสานต่อคำสอนของพระพุทธเจ้าต่อไปเรื่อย ๆ

หากย้อนกลับไปเมื่อช่วง 7 ปีก่อน ได้เกิดเรื่องราวระหว่าง พระแจ๊ส หรือ พระสรวีย์ รวีรัฐฐากรณ์ กับ 3 บุคคลดังในอดีต คือ “อ๊อฟ” ชนะพล สัตยา “ปอย” ตรีชฎา เพชรรัตน์ และ ซูซาน ไนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บาร์โคนี่ ประเทศไทย ก่อนที่จะออกมาละทางโลก ขออโหสิกรรม พร้อมบวชปฏิบัติธรรม เดินตามทางสายกลาง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556

ต่อมาหลวงพี่ ได้ออกมายอมรับในความผิดที่อดีต เป็นคนโง่เขลา คิดเพียงอยากได้ลาภยศสรรเสริญ แต่ไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริง และไม่คำนึงถึงผลกระทบของทุกคน หลวงพี่อยากขออภัย พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่าหากหลวงพี่มีสติมากกว่านี้ จะไม่ทำร้ายโยมพี่ ด้วยการหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อของคนบางกลุ่ม เพราะเครื่องมือสื่อสาร ที่ไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

ล่าสุด พระแจ๊ส ได้ออกมาเปิดใจ ถึงชีวิตล่าสุด ว่าตอนนี้ตนปกติสุขดี เผยตอนนี้มุมมองความคิด ชีวิตเปลี่ยนไป ความโกรธ ความโลภ ความหลง ความอยากได้อยากมีมันน้อยลง ตอนนี้ต้องบอกก่อนเลยว่ายังไม่ถึงขั้นบรรลุธรรมชั้นสูง เมื่อก่อนเป็นคนเกรี้ยวกราด แต่วันนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว

ทุกวันนี้แทบไม่มีความอยากเลย แทบจะไม่มีความรู้สึกอยากได้อยากมี อยากเป็น ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง เกียรติยศ เงินทองต่าง ๆ เมื่อมาอยู่ในสถานะของการเป็นพระ พอบวชเข้ามาแล้ว มันค่อย ๆ ลดลง ๆ แต่ละวันแทบจะไม่มีอะไรให้เราอยากจะเป็นอย่างนั้น ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี แม้กระทั่งเราไม่มี แต่เราก็อยู่ได้อย่างมีความสุข

ชีวิตในตอนเด็กก็ไม่เคยคิดว่าตนจะมาบวชเป็นพระ ตอนเด็กก็ใช้ชีวิตสนุกสนานไปเท่านั้uไปตามวัย โดยปกติแล้วเป็นคนชอบทำบุญ ใส่บาตร และชอบไปวัดกับยายทุกวันสำคัญ ต่อมาเมื่อช่วงวัยประมาณอายุ 20 รุ่นก็มีรุ่นพี่คนหนึ่ง เคยไปบวชแล้วกลับมาเล่าให้ฟัง บอกว่าชีวิตตอนไปบวชมีความสุขมาก คุณพ่อคุณแม่มีความสุขด้วย เราก็อยากบวชบ้าง

ต่อมามีอีกครั้งหนึ่งที่เรามีความคิดที่อยากไปบวช คือชีวิตช่วงหลังจากได้ตำแหน่ง มิสทิฟฟานี่ มันน่าอัศจsรย์นะ เมื่อก่อนหลวงพี่เคยคิดว่าที่มาบวชนี่ เราอยากจะทิ้งมัน แต่พอได้กลับมาคิดทบทวน รู้จักกับตัวเองจริง ๆ เราคิดว่าเราหนี เรากำลังหนีปัญหา เราเจอปัญหาต่าง ๆ มากมาย มันไม่ใช่จากคนอื่นด้วยนะ มันมาจากตัวเราเอง

ที่แท้จริงเลยคือเรากำลังหนีปัญหา เราเพียงต้องการเซฟโซน พื้นที่ที่ปลอดภัຍสำหรับเราในช่วงเวลานั้น เหมือนการเยียวยาจิตใจ เราก็เลยนึกถึงขึ้นได้คือ วัด การบวช เพราะเราคิดว่าการอยู่ในวัด การบวชน่าจะไม่มีการเบียดเบียนกัน ทั้งทางกาย วาจา ใจ

ตอนแรกเราเลยคิดว่างั้นเราหนีมาอยู่ที่นี่มั้ย เมื่อก่อนเราคิดว่าเราทิ้ง มันเป็นเพียงเหตุผลที่ใช้อ้าง เมื่อมองย้อนกลับไป เราเพียงแค่พูดให้ตัวเองดูดี แต่พอมองย้อนกลับไปจริง ๆ คือตอนนั้นเราหนีปัญหา

ตอนนี้เมื่อเราได้ทำความรู้จักตัวเอง รู้จักจิตวิญญาณ ร่างกาย และความคิดของตัวเอง ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าเราจะเป็นพระต่อหรือเป็นใคร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรู้จักตัวเอง โดยเราต้องเริ่มจากการเข้าใจก่อน และอยู่กับมันได้

แหล่งที่มา : โบกัส ซุปตาร์ / eat543

เรียบเรียงโดย ยิ้มสยาม

Leave a Reply

Your email address will not be published.