Home สาระน่ารู้ รพ.บี.แคร์ ชี้แจงกรณี พบชายปิดประวัติเดินทาง สุดท้ายติดเชื้อโควิด-19 บุคลากรเสี่ยง 30 คน

รพ.บี.แคร์ ชี้แจงกรณี พบชายปิดประวัติเดินทาง สุดท้ายติดเชื้อโควิด-19 บุคลากรเสี่ยง 30 คน

0
30

วันนี้เราจะมาติดตามกรณีที่ประเทศไทย พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส COVID -19 เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีชาวไทยกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง และไม่ได้บอกความจริงกับหมอ จนทำให้ครอบครัว รวมทั้งเจ้าหน้าที่ต้องติดเชื้อเพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 63โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ ชี้แจง กรณีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส COVID -19 โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ได้พบผู้ป่วยชายไทย มาด้วยอาการ ไข้ ไอ ผู้ป่วยปฏิเสธประวัติการเดินทางไปต่างประเทศ เบื้องต้นได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นปอดอักเสบ และให้รักษาตัวในโรงพยาบาล

เช้าวันที่ 24 ก.พ. แพทย์อายุรกรรมผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด ได้เข้าตรวจอาการผู้ป่วยและสอบถามประวัติการเดินทางไปต่างประเทศอีกครั้ง ผู้ป่วยปฏิเสธ ช่วงสาย ผู้ป่วยได้เปิดเผยประวัติว่าได้เดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยง

เมื่อผู้ป่วยแจ้งประวัติ โรงพยาบาลฯได้ติดต่อสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง(สปคม.) ซึ่งได้ระบุว่าผู้ปวยรายนี้เข้าเกณฑ์กลุ่มเสี่ยง ( Patient Under Investigation ) และย้ายผู้ป่วยเข้าพักรักษาตัวในห้องความดันลบ( Negative Pressure Room ) และส่งตรวจ PCR for COVID-19 ทันที

ช่วงค่ำของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผลตรวจ PCR เบื้องต้น พบเชื้อ COVID-19 ( Detected ) โรงพยาบาลบี.แคร์ ฯ ได้แจ้ง สปคม. ทันที ปัจจุบันผู้ป่วยได้รับการส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลของรัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากการที่ผู้ป่วยปกปิดและปฏิเสธประวัติการเดินทางไปต่างประเทศ. ส่งผลให้บุคลากรทั้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลฯในกลุ่มที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เสี่ยงต่อการติดเชื้อCOVID-19 จำนวน 30 คน ซึ่งโรงพยาบาลฯร่วมกับสปคม. ได้ดำเนินการดังนี้

1. บุคลากรที่สัมผัสกับผู้ป่วยทุกคน ได้รับการตรวจ PCR for COVID-19 และ ตรวจเลื0ดเพื่อหา Antibody ของ Virus เบื้องต้น ผลตรวจ PCR for COVID -19 ของบุคลากรทุกคนที่สัมผัสกับผู้ป่วยเป็นลบ คือไม่พบเชื้อไวรัส แต่ยังต้องตรวจซ้ำในช่วงเวลา 7-14 วัน

2.ให้บุคลากรดังกล่าวหยุดงาน ( Self quarantine ) สังเกตอาการที่บ้าน และปฏิบัติตามแนวทางของกรมควบคุมโรค

3. ทำการ Deep Clean ด้วยน้ำยากำจัดเชื้อโรค และงดรับผู้ป่วยในหอผู้ป่วย

“เบื้องต้น ผลการตรวจ PCR for COVID-19 ของบุคลากรโรงพยาบาลทั้ง 30 คน ตรวจไม่พบเชื้อไวรัส”

ขอความร่วมมือผู้รับบริการทุกท่าน แจ้งประวัติที่เป็นความจริงเพื่อเข้าสู่กระบวนการการคัดกรอง การวินิจฉัย การแยกโรคตามมาตรฐาน ดังนี้

1. หากท่านมีประวัติการเดินทางไปต่างประเทศในกลุ่มเสี่ยงตามประกาศของกรมควบคุมโรค หรือมีประวัติสัมผัสกับผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศในกลุ่มดังกล่าว ร่วมกับมีอาการไข้ ไอ จาม อ่อนเพลีย ให้แจ้งที่จุดคัดกรองของโรงพยาบาลฯ ซึ่งได้จัดให้มีทุกประตูเข้าออกของโรงพยาบาล

2. โรงพยาบาลฯจะนำท่านไปยังห้องตรวจแยกโรค แรงดันลบ ( Negative Pressure ) ทันที และติดต่อ ประสานสปคม. เพื่อให้ สปคม. พิจารณาว่าเข้าเกณฑ์กลุ่มเสี่ยง ( Patient Under Investigation ) หรือไม่

3. หากเข้าเกณฑ์ ท่านจะได้รับการตรวจ PCR for COVID -19 และพักรักษาตัวในห้องความดันลบ ( Negative Pressure ) ของโรงพยาบาลฯเพื่อรอผลตรวจซึ่งใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง

4. หากผลตรวจพบเชื้อ ทาง สปคม. จะดำเนินการรับตัวท่านไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลภาครัฐต่อไป

การปกปิดข้อมูลเป็นผลเสีย มีผลกระทบทำให้เกิดความเสียหายต่อสังคม ต่อผู้อื่น และต่อครอบครัวของท่านเอง

ทั้งนี้ โรงพยาบาลบี.แคร์เมดิคอลเซ็นเตอร์ ขอยืนยันว่าโรงพยาบาลฯ มีการเฝ้าระวัง และคัดกรองโรคที่เป็นมาตรฐาน และขอความร่วมมือจากประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก หรือเเชร์ข่าวที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบสถานการณ์ที่แน่นอนจากโรงพยาบาลฯโดยหากมีความเคลื่อนไหวหรือมีสถานการณ์ใด ๆ ที่ต้องเฝ้าระวังโรงพยาบาลจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ จึงขอแจ้งมา ณโอกาสนี้

แหล่งที่มา: โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ / khaosod

เรียบเรียงโดย ยิ้มสยาม

Leave a Reply

Your email address will not be published.