Home โซเชียล ชายชรา มีอาชีพเก็บขยะขๅย เจอเงิน 30,000 ก่อนนำส่งคืนเจ้าของ แต่กลับถูกหาว่าเป็นขโมຍ

ชายชรา มีอาชีพเก็บขยะขๅย เจอเงิน 30,000 ก่อนนำส่งคืนเจ้าของ แต่กลับถูกหาว่าเป็นขโมຍ

0
111

เปิดเรื่องราวที่ให้ข้อคิดได้ดีแม้จะนานแล้วสำหรับเรื่องราวของ คุณปู่แซ่หลีวัย 79 ปี โดยตอนนั้นนายหลีเล่าว่าแต่เดิมเคยมีครอบครัวที่อบอุ่น มีความสุข แม้ว่าจะไม่มีเงินทองที่มากมาย แต่ก็สามารถดำรงชีวิตไปได้ด้วยความสุข มีรอยยิ้ม แต่ในปีที่ลูกชายอายุ 20 ปี เขาไปเป็นอาสาสมัครจนต้องจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

หลังจากที่ลูกชายจากไปได้ไม่นาน ภรรยาของนายหลีก็จากเขาไปอีก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาก็ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ในช่วงเช้าก็จะออกมาเก็บขยะขๅย หาอะไรทำเพื่อจะได้ไม่รู้สึกเหงา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานายหลีก็ยึดอาชีพเก็บของเก่าขๅย รอบบ้านมีแต่ขยะของเก่าเต็มไปหมด เพื่อนบ้านเห็นแล้วก็สงสาร

บ้างก็ช่วยเหลือเขาบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ ในวันนี้ก็เช่นกันกินข้าวเช้าได้ไม่ กี่คำก็เข็นรถออกไปหาของเก่าขๅยแล้ว เนื่องจากเมื่อวานนี้ฝนตกหนักมาก ทำให้ถนนลื่นมาก อากาศก็หนาวมาก บนท้องถนนก็ไม่มีผู้คนมากมาย เดิน ๆ อยู่ จู่ ๆ นายหลีก็พบถุงขยะดำ ๆ

นายหลีเก็บขึ้นมา พบว่าในกระเป๋าสีดำนั้นเต็มไปด้วยธนบัตรของจริงจำนวนมาก ยังมีบัตรประจำตัวประชาชนด้วย นายหลีคิดในใจว่า “ตอนนี้จิตใจของเจ้าของที่ทำเงินหายคงกระวนกระวายน่าดู”

นายหลีจึงนั่งรอที่เดิม เพราะหวังว่าเจ้าของจะกลับมาตามหาเงินของเขา นายหลีนั่งรอนานกว่า 6 ชั่วโมง แต่ก็ไม่เห็นมีคนมาตามหาเงินจำนวนนี้ นายหลีจึงนำเงินไปส่งในเวลานั้นเองก็มีชายคนหนึ่งหน้าตาท่าทางรีบร้อนมาก วิ่งมาพร้อมกับก้มหน้าก้มตาเหมือนกำลังหาอะไรบ้างอย่างตามพื้นทางเดิน

นายหลีคิดว่า เขาน่าจะเป็นเจ้าของเงินจำนวนนั้นแต่ก็ไม่กล้าทักเพราะกลัวว่าจะมีคนแอบอ้าง ในตอนนั้นเองชายคนนั้นก็วิ่งมาตรงหน้านายหลี

ถามนายหลีว่า “เห็นกระเป๋าสีดำบ้างไหม?” หลังจากที่เขาพูดชื่อและหมายเลขบัตรประชาชนที่ถูกต้อง นายหลีจึงเอาเงินคืนเขาไป แต่ขณะที่นายหลีกำลังจะเดินจากไปนั้น

ชายคนนั้นก็ตะโกนถามว่า “ในกระเป๋ามีเงิน 30,000 แต่ทำไม เหลือแค่ 20,000 ตาเฒ่านี่แกขโมยเงินไปใช่ไหม?”

นายหลีตอบไปอย่างใสซื่อบริสุทธิ์ว่า “ตอนฉันเห็นก็มีแค่นี้แล้ว จะขาดไปได้อย่างไร?”คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มหยุดเดินและมองไปที่นายหลีพร้อมกับบอกว่า “รีบคืนเงินให้เจ้าของไปเถอะ”ในตอนนั้นนายหลีนิ่งเงียบใช้สติคิดหาทางออกอยู่สักพัก จากนั้นก็เริ่มถอดเสื้อของตนเอง

ในตอนนั้นทั่วร่างกายของนายหลีเต็มไปด้วยบาดแผล แล้วพูดว่า “ทั่วร่างกายของฉันเต็มไปด้วยบาดแผล ทั้งหมดนี้เกิดจากการสู้รบปรบมือกับอุปสรรค์มากมายเพื่อครอบครัวของฉันกล้าได้กล้าเสี่ยงอย่างไม่คิดชีวติ แล้วกับเงินแค่นี้มันคุ้มหรอที่จะทำแบบนี้หนุ่มเอ้ย! ทำอะไรต้องมีจิตสำนึกหน่อยนะ”

ในตอนนั้นชายที่กล่าวหาก็เริ่มน้ำตาไหล กระทั่งชายหนุ่มยื่นเงินจำนวนหนึ่ง ให้นายหลีเพื่อเป็นการขอบคุณ แต่นายหลีไม่ขอรับไว้ แต่ได้ฝากคำพูดหนึ่งไว้ว่า“เป็นคนต้องมีมโนธรรม” จากนั้นก็เข็นรถเข็นคันเก่า ๆ เดินจากไป เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ชายหนุ่มได้บทเรียนราคาแพงจากนายหลี

แหล่งที่มา: ให้ความรู้

เรียบเรียงโดย ยิ้มสยาม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *